5 กุมภาพันธ์ 2562 แก้ปมฝุ่นละอองขนาดเล็ก จ่อลดราคาดีเซลพรีเมียม 2 บาทต่อลิตร

ที่มา: https://www.thairath.co.th/content/1488137#cxrecs_s

รมว.พลังงาน เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงานกำลังหารือเพื่อขอความร่วมมือกับผู้ค้าน้ำมันทุกราย ให้ช่วยลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว เกรดพรีเมียม ที่เป็นน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 เพื่อกระตุ้นการใช้ เป็นการช่วยลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในระยะเร่งด่วน เพื่อนำร่องจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นแห่งแรก ก่อนขอความร่วมมือจากผู้ค้าทุกรายทยอยเปิดจำหน่ายน้ำมันดังกล่าว ผมกำลังหารือรายละเอียดที่จะขอความร่วมมือผู้ค้าลดราคาน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียม ขณะนี้ราคาจะแพงกว่าน้ำมันดีเซลปกติเฉลี่ยประมาณ 3.60 บาทต่อลิตร ให้ลดลงมาอย่างน้อย 1-2 บาทต่อลิตร ล่าสุดราคาน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมอยู่ที่ 29.69 บาทต่อลิตร โดยคาดว่าจะสรุปความชัดเจนได้ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ พร้อมกันนี้ก็จะพิจารณาลดปริมาณสำรองน้ำมัน ที่ปัจจุบันกำหนดให้โรงกลั่นน้ำมันสำรองน้ำมันดิบและสำเร็จรูปตามกฎหมายปัจจุบันรวมที่ 7% ของปริมาณการจำหน่าย เพื่อลดต้นทุนให้กับผู้ค้าที่ต้องนำเข้าน้ำมันดีเซลยูโร 5 เช่น อาจจะลดเหลือ 2% เพื่อจูงใจให้ปั๊มน้ำมันต่างๆนำมาจำหน่ายมากขึ้น” สำหรับเหตุผลที่ต้องการผลักดันเรื่องดังกล่าวเป็นวาระเร่งด่วน เนื่องจากหากรอโรงกลั่นน้ำมันในประเทศทุกแห่ง ที่จะต้องผลิตน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 ได้ครบทุกแห่ง ต้องใช้เวลา 4-5 ปี ซึ่งขณะนี้ที่ผลิตได้มีเพียงโรงกลั่นของ ปตท.และบางจากเท่านั้น วิธีนี้จะทำให้ประชาชนมีทางเลือก สำหรับรถกระบะหรือรถเก๋งที่ใช้น้ำมันดีเซลเกรดพรีเมียมได้ถูกลง ส่วนในระยะยาวได้มองไปที่การจำหน่ายบี 20 ให้กับรถบรรทุกขนาดใหญ่ ที่จะช่วยลดฝุ่นละออง PM 2.5 และดูดซับน้ำมันปาล์มส่วนเกินได้ โดยไม่ต้องบังคับเป็นบี 10 แต่อย่างใด ขณะที่อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า พพ.ได้ดำเนินโครงการ สนับสนุนการลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ (พาราโบลาโดม) เพื่อให้ผู้ประกอบการใช้พลังงานทางเลือกแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยได้เริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2554 ผ่านการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน โดยได้ช่วยให้กลุ่มเกษตรกรเอสเอ็มอี กลุ่มวิสาหกิจชุมชน (โอทอป) เกิดการใช้ระบบอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ในการลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงอื่นๆ เช่น ก๊าซหุงต้ม ไฟฟ้า หรือน้ำมัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตสินค้าที่สะอาด ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เกิดคุณภาพในระดับพรีเมียม ที่ผ่านมาโครงการได้ให้การสนับสนุนส่งเสริมการใช้งานระบบอบแห้งฯ รวม 256 ระบบ คิดเป็นพื้นที่ 30,417 ตารางเมตร เป็นจำนวนเงินสนับสนุนจากกองทุนอนุรักษ์ฯ 102 ล้านบาท เกิดการเงินลงทุนรวม 340 ล้านบาท ก่อให้เกิดการใช้งานอบแห้งผลิตภัณฑ์ อาทิ กล้วยตาก ข้าวแต๋น ผัก ผลไม้อบแห้ง ถั่วลิสงอบแห้ง แมคคาเดเมีย ลูกเดือย งา เครื่องเทศ สมุนไพร ชา กาแฟ เนื้อสัตว์ ปลา อาหารทะเล และผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ไม่ใช่อาหารเช่น ลูกประคบ อาหารสุนัข หมอนยางพารา และกากของเสียที่ได้ภายหลังจากการผลิตก๊าซชีวภาพ เป็นต้น ผลที่ได้รับจากโครงการเกิดผลประโยชน์รวม 66 ล้านบาทต่อปี ประหยัดเชื้อเพลิง 4 ล้านบาทต่อปี ลดความเสียหายผลิตภัณฑ์ 22 ล้านบาทต่อปี เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ 40 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 4,942 ตันต่อปี ล่าสุด พพ.ได้วางเป้าหมายให้การสนับสนุนเงินลงทุนติดตั้งใช้งานระบบอบแห้งฯไปจนถึงปี 2569 เพื่อขยายพื้นที่ติดตั้งระบบอบแห้งฯ 75,000 ตารางเมตร”.